
ภาษีหอพัก ต้องเสียอะไรบ้าง ? สรุปครบทุกประเภทที่เจ้าของหอพักต้องรู้
สรุปครบ ภาษีหอพัก 2569 เจ้าของหอพักต้องเสียภาษีอะไรบ้าง ทั้งภาษีเงินได้ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีที่เกี่ยวข้อง อธิบายเข้าใจง่าย อัปเดตล่าสุด
โพสต์เมื่อ27 February 2026

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเปิดบริการที่พักหรือโรงแรมในประเทศไทย การทำความเข้าใจ ประเภทของโรงแรมตามกฎหมาย เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมีผลต่อการขอใบอนุญาตและการดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง โดยในปี พ.ศ. 2566 มีการปรับปรุงเกณฑ์ใหม่ ทำให้บางที่พักไม่เข้าข่ายโรงแรมและไม่ต้องขอใบอนุญาต แต่ต้องแจ้งเป็น “สถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม” แทน บทความนี้จะแนะนำประเภทที่พักตามกฎหมาย พร้อมแนวทางการขออนุญาตแต่ละประเภทแบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้คุณเลือกดำเนินการได้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น
คือ สถานที่พักที่ให้บริการที่พักชั่วคราวแก่บุคคลทั่วไป แต่ ไม่เข้ากฎหมายโรงแรม เนื่องจากมีคุณลักษณะตามนี้
คุณสมบัติ
โฮมสเตย์ บ้านพัก ปล่อยห้องพักไม่กี่ห้อง หรือบ้านพักตากอากาศของครอบครัว
หากเข้าเกณฑ์นี้ ไม่ต้องขอใบอนุญาตโรงแรม แต่ต้อง แจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม ตามแบบและวิธีการที่รัฐมนตรีกำหนด หนังสือรับแจ้งมีอายุ 5 ปีนับตั้งแต่วันที่แจ้ง
หากไม่แจ้งและเปิดบริการ อาจมีความผิดตามกฎหมายได้ ดังนั้นแม้ไม่ใช่โรงแรมก็ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง

คือ สถานที่พักที่จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในทางธุรกิจ เพื่อให้บริการที่พักชั่วคราวสำหรับคนเดินทางหรือบุคคลอื่นใด โดยมีค่าตอบแทน อันมีลักษณะต่ำกว่ารายเดือน และเข้าข่ายตามนิยามกฎหมายจึงต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
1) โรงแรมประเภท 1 โรงแรมที่ให้บริการเฉพาะห้องพัก และไม่เกิน 50 ห้อง
เหมาะกับ:โฮสเทล บูติกโฮเทลขนาดเล็ก อพาร์ทเมนต์ดัดแปลงเป็นรายวัน
2) โรงแรมประเภท 2 มีห้องพักมากกว่า 50 ห้อง หรือโรงแรมที่ให้บริการห้องพักและห้องอาหารหรือสถานที่สำหรับบริการอาหารหรือสถานที่สำหรับประกอบอาหาร
เหมาะกับ: โรงแรมขนาดกลาง–ใหญ่, ที่พักที่มีคาเฟ่หรือห้องอาหารในสถานที่
3) โรงแรมประเภท 3 โรงแรมที่ให้บริการห้องพัก ห้องอาหารหรือสถานที่สำหรับ บริการอาหารหรือสถานที่สำหรับประกอบอาหาร และสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการ หรือห้องประชุมสัมมนา
เหมาะกับ: โรงแรมธุรกิจระดับกลาง–ใหญ่
4) โรงแรมประเภท 4 โรงแรมที่ให้บริการห้องพัก ห้องอาหารหรือสถานที่สำหรับบริการอาหารหรือสถานที่สำหรับประกอบอาหาร สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการและห้องประชุมสัมมนา
เหมาะกับ:
- โรงแรมระดับพรีเมียมที่ต้องการให้บริการแบบครบวงจร
- โรงแรมที่รองรับนักท่องเที่ยว กลุ่มองค์กร และงานสัมมนาขนาดใหญ่
- รีสอร์ทหรือคอมเพล็กซ์ที่มีทั้งห้องพัก ร้านอาหาร สปา ฟิตเนส และพื้นที่จัดงาน
| รูปแบบที่พัก | ต้องขอใบอนุญาตโรงแรมไหม ? | ต้องแจ้งหน่วยงานไหม ? |
|---|---|---|
| ไม่เกิน 8 ห้อง / 30 คน | ❌ ไม่ต้องขอใบอนุญาตโรงแรม | ✅ ต้องแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม |
| มากกว่า 8 ห้อง หรือรับคนเกิน 30 | ✅ ต้องขอใบอนุญาตโรงแรม | ✅ ต้องแจ้งขอใบอนุญาตโรงแรม |
ถ้าที่พักของคุณรับ รายวัน และเกินเกณฑ์ 8 ห้อง / 30 คน จะเข้าข่าย “โรงแรม” ทันที และต้องขอใบอนุญาต
หากให้เช่ารายเดือนอย่างเดียว → ไม่ใช่โรงแรม ไม่ต้องขอใบอนุญาตธุรกิจโรงแรม
ตรวจสอบประเภทอาคารก่อน
ว่าอาคารของคุณเข้าข่ายโรงแรมประเภทไหน (เช่น จำนวนห้องพัก / มีบริการอาหารหรือไม่ / มีสถานบันเทิงหรือไม่)
ยื่นขออนุญาตต่อหน่วยงานท้องถิ่น
โดยปกติจะยื่นที่ สำนักงานเขต หรือ อบต./เทศบาล ตามพื้นที่ที่อาคารตั้งอยู่
เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เช่น
แบบแปลนและใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร
รายการสิ่งอำนวยความสะดวก
รายละเอียดระบบความปลอดภัย (หนีไฟ, ถังดับเพลิง ฯลฯ)
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (ออกโดยกระทรวงมหาดไทย)
ตรวจสอบความถูกต้องของอาคาร
ต้องเป็นไปตามมาตรฐานอาคารประเภทโรงแรม เช่น ทางหนีไฟ ระบบป้องกันอัคคีภัย โครงสร้างปลอดภัย และที่จอดรถเพียงพอ
ผู้ประกอบการทั่วไป
กรณีนิติบุคคล (แนบเพิ่ม)
หลายที่พักที่ให้บริการรายวันโดยไม่จดทะเบียนโรงแรม อาจมีความเสี่ยงถูกปรับตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจโรงแรมได้ ดังนั้นหากเริ่มมีผู้เข้าพักรายวันเกิน 10 ห้อง หรือมีบริการอาหาร–สถานที่ส่วนกลาง ควรรีบตรวจสอบประเภทโรงแรมให้ตรงกับลักษณะธุรกิจ และดำเนินการขอใบอนุญาตหรือแจ้งกับหน่วยงานให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น
การเลือกประเภทใบอนุญาตให้เหมาะกับรูปแบบที่พัก ไม่ใช่แค่การทำตามกฎหมาย แต่ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ป้องกันความเสี่ยงด้านกฎหมาย และเปิดโอกาสให้ที่พักขยายบริการในอนาคตได้อย่างมั่นใจ
ลงประกาศหอพัก อพาร์ทเม้นท์ โรงแรมบน Renthub ฟรี!
เข้าถึงผู้เช่าจริง ค้นหาและติดต่อได้สะดวก พร้อมทีมงานช่วยให้คำแนะนำตลอดการใช้งาน เริ่มลงโปรโมทที่พักของคุณพร้อม วิธีการลงประกาศได้ที่นี่
ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

สรุปครบ ภาษีหอพัก 2569 เจ้าของหอพักต้องเสียภาษีอะไรบ้าง ทั้งภาษีเงินได้ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีที่เกี่ยวข้อง อธิบายเข้าใจง่าย อัปเดตล่าสุด
โพสต์เมื่อ27 February 2026
การทำการตลาดหอพักและอพาร์ทเม้นท์ในปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การลงประกาศแล้วรอให้มีคนโทรเข้ามา แต่คือการสื่อสารให้ “ตรงคนที่กำลังมองหา” เพราะต่อให้ห้องดี ทำเลดี ราคาเหมาะสม หากสื่อสารไม่ตรงกลุ่ม โอกาสปล่อยห้องก็อาจช้ากว่าที่ควรจะเป็น เจ้าของหอพักจำนวนไม่น้อยมักเริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า “จะทำโปรโมชันอะไรดี” หรือ “ควรลงโฆษณาที่ไหน” แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ ผู้เช่าของคุณคือใคร และเขาเลือกหอพักจากอะไร บทความนี้จะพาเจ้าของหอพักทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายผู้เช่าในมิติต่าง ๆ ตั้งแต่เพศ อายุ ทำเล ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงพฤติกรรมการค้นหาที่พักในยุคออนไลน์ เพื่อช่วยให้การตลาดหอพักมีทิศทางชัดเจนและได้ผลมากขึ้น
โพสต์เมื่อ25 February 2026




บริษัท ซิมเปิ้ล มีเดีย จํากัด
เลขที่ 242, 244, 246 ชั้น 2 ห้องเลขที่ A210A ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10230
โทร. 02-105-4287
COPYRIGHT © 2024, ZIMPLE MEDIA CO.,LTD, ALL RIGHTS RESERVED.